อัพเดทล่าสุดเรื่อง AI ในงาน HR ปี 2026 จะไปทางไหน

March 6, 2026

โดย ปิยะพร ขุนทองเอก, Senior Marketing Associate, Pragma and Will Group

แชร์บทความนี้

Facebook
Twitter
LinkedIn

AI ในงาน HR ไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เพื่อนร่วมงานคนใหม่” ที่องค์กรต้องเรียนรู้วิธีทำงานด้วย

 

คำถามไม่ใช่แค่ว่า “จะใช้ AI อย่างไร” แต่คือ “จะใช้ AI โดยไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร”

 

ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ HR ทั่วโลก เมื่อ AI โดยเฉพาะ Agentic AI ก้าวข้ามบทบาทของ “เครื่องมือ” ไปสู่การเป็น “ผู้ร่วมงาน” ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้อย่างซับซ้อน บทความนี้จะพาคุณสำรวจทิศทางล่าสุดของ AI ในงาน HR ว่ากำลังเปลี่ยนแปลงอะไร สร้างโอกาสอะไร และมีความท้าทายอะไรที่ผู้นำ HR ต้องเตรียมรับมือ

 

 

AI ในงาน HR ปี 2026: จากเครื่องมือสู่เพื่อนร่วมทีม

 

ข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุชัดว่า AI ได้กลายเป็น “true teammate” ในที่ทำงานยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ที่รอรับคำสั่ง แต่เป็นระบบที่สามารถจัดการ workflow ที่ซับซ้อน ช่วยตัดสินใจ และปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างยืดหยุ่น

Maria Black ซีอีโอของ ADP บริษัท Human Capital Management ระดับโลก อธิบายว่า การมาถึงของ Agentic AI ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จาก “one-way command” กลายเป็น “two-way conversation” ที่ทั้งคนและ AI เติบโตไปด้วยกัน

💡 ฉุกคิด: ถ้า AI คือ “เพื่อนร่วมงานคนใหม่” ขององค์กรคุณ คุณได้เตรียม onboarding ให้มันแล้วหรือยัง?

ตัวเลขที่พูดดังกว่าคำพูด: การลงทุนและการนำ AI มาใช้

 

การเติบโตของ AI ในงาน HR ไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่มีตัวเลขรองรับอย่างชัดเจน

  • 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — มูลค่าการลงทุนใน Generative AI ภาคเอกชนในปี 2024 เพิ่มขึ้น 18.7% จากปีก่อน (Stanford AI Index Report 2025 อ้างอิงใน WEF)
  • 43% ของพนักงาน รายงานว่าใช้ GenAI บ่อยในการทำงาน โดยเฉพาะในสายเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ADP Research อ้างอิงใน WEF)

แต่ตัวเลขอีกด้านก็สำคัญไม่แพ้กัน งานวิจัยจาก Gartner ที่ตีพิมพ์ใน Harvard Business Review เปิดเผยว่า มีเพียง 1 ใน 50 ของการลงทุนด้าน AI ที่สร้าง transformational value ได้จริง และมีเพียง 1 ใน 5 ที่ให้ผลตอบแทนที่วัดได้ (measurable ROI)

💡 Insight: ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่า การมี AI ไม่เท่ากับการได้ประโยชน์จาก AI — กลยุทธ์การนำไปใช้ต่างหากที่เป็นตัวตัดสิน

5 ทิศทางสำคัญของ AI ในงาน HR ที่ต้องจับตาในปี 2026

AI in HR trends 2026 - Pragma & Will Group

 

1. Agentic AI เปลี่ยนเกม HR แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

 

Agentic AI คือ AI ที่ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่สามารถ “ลงมือทำ” ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ Workflow การคัดกรองผู้สมัคร หรือการวิเคราะห์ข้อมูลพนักงานแบบ Real-time

รายงานจาก MIT Sloan Management Review และ Boston Consulting Group ชี้ว่า Agentic AI ไม่ได้แค่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังสามารถ เพิ่มรายได้ เร่งนวัตกรรม ย่นระยะเวลาการเรียนรู้ และปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ได้ทั้งหมด

สำหรับงาน HR โดยเฉพาะ Agentic AI กำลังเข้ามามีบทบาทใน:

  • การสรรหาบุคลากร (Recruitment): คัดกรอง resume วิเคราะห์ความเหมาะสมของผู้สมัคร จัดตารางสัมภาษณ์อัตโนมัติ
  • การจัดการ Compliance: ตรวจสอบและอัปเดตเอกสารกฎหมายแรงงาน ลด human error
  • การวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน (People Analytics): ระบุแนวโน้มการลาออก วิเคราะห์ engagement แบบ predictive
  • การบริหารสวัสดิการ: ปรับแต่ง benefits package ให้ตรงความต้องการของพนักงานรายบุคคล

 

2. ช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริงของ AI

 

หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญจาก Gartner คือ CEO ยังคงมีความคาดหวังสูงต่อ AI-Driven Growth ในปี 2026 แต่ในความเป็นจริง Workforce กำลังเผชิญกับ “Sober Reality” ของประสิทธิภาพ AI ในปัจจุบัน

“Sober Reality” ในบริบทของ AI หมายถึง “ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ” หรือ “ความจริงที่สร่างเมา” — เป็นการเปรียบเทียบว่าหลังจากช่วงที่ทุกคน “เมา” ไปกับกระแส hype ของ AI มาสักพัก ตอนนี้เริ่ม “สร่าง” และเห็นความจริงชัดขึ้น

เพราะความเป็นจริง คือ มีเพียง 1 ใน 50 ของการลงทุน AI ที่สร้าง transformational value ได้จริง และเพียง 1 ใน 5 ที่ให้ ROI ที่วัดได้

นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับ HR ว่า การนำ AI มาใช้ต้องมาพร้อมกับการบริหารความคาดหวัง (Expectation Management) ทั้งจากผู้บริหารและพนักงาน การ Oversell AI จะนำไปสู่ความผิดหวังและต่อต้าน ในขณะที่การ undersell จะทำให้พลาดโอกาส

💡 Implication สำหรับ HR ไทย: ก่อนจะ implement AI ใดๆ ลองตอบคำถามนี้ก่อน — “เรากำลังแก้ปัญหาจริง หรือแค่ตามกระแส?”

3. ปัญหาที่ไม่คาดคิด: AI ทำให้พนักงานรู้สึก “ขาดการเชื่อมต่อ”

 

ข้อมูลจาก ADP Research จากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 30,000 คนในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยข้อค้นพบที่น่าสนใจ:

ด้านหนึ่ง คนที่ใช้ AI ทุกวันรายงานว่ามี engagement, motivation และ commitment ต่องานสูงที่สุด — ซึ่งสมเหตุสมผล เพราะคนที่ performance สูงมักเป็น early adopter

แต่อีกด้านหนึ่ง คนกลุ่มเดียวกันนี้กลับรายงานว่ารู้สึกเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานน้อยลง และรู้สึกว่าตัวเอง productive น้อยลง

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบมีสองมิติ:

  • มิติแรก — Human Connection: ที่ทำงานเต็มไปด้วย Human Moments การสนทนา และปฏิสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง เมื่อ Workflow ถูก Automate บาง Human Moments เหล่านั้นก็หายไปด้วย
  • มิติที่สอง — Perceived Productivity: เมื่อ AI ทำงานง่าย ๆ ซ้ำ ๆ แทน พนักงานถูกผลักไปทำงานที่ Strategic มากขึ้น แต่งานเหล่านั้นวัดผลยากกว่า To-do list ที่เคยเสร็จเร็ว ความรู้สึก “ได้ทำอะไรสำเร็จ” จึงลดลง

 

4. การ Upskill และ Reskill ต้องเริ่มจากผู้นำ

 

ทั้ง Gartner และ World Economic Forum เห็นตรงกันว่า การ Upskill ต้องเริ่มจากผู้นำ ไม่ใช่พนักงานระดับล่าง ผู้นำต้องไม่แค่เข้าใจเครื่องมือ AI แต่ต้องมี Mindset ที่พร้อมจะ Drive Change และ Facilitate การเชื่อมต่อระหว่างคน

WEF แนะนำแนวทาง “Learning Out Loud” — การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ AI แบบเปิดกว้าง เช่น:

  • จัด “AI Office Hours” ให้พนักงานมาแลกเปลี่ยนเทคนิค แชร์ประสบการณ์ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง
  • ลงทุนใน Continuous Learning, Mentorship และ Leadership Development ที่มี AI เป็นแกนกลาง
  • ออกแบบ Talent Strategy ใหม่ รวมถึง Performance Management และ Rewards ที่สอดคล้องกับวิธีการทำงานร่วมกับ AI

💡 Insight: ช่องว่างระหว่าง Early Adopter กับ Late Adopter จะยิ่งกว้างขึ้น — องค์กรที่ไม่เริ่มวันนี้จะตามทันยากขึ้นทุกไตรมาส

5. จริยธรรมและความรับผิดชอบ: เส้นแบ่งที่ HR ต้องขีด

 

Maria Black จาก ADP เน้นย้ำว่า อุตสาหกรรม Human Capital Management มีความรับผิดชอบสำคัญ: ต้องมั่นใจว่านวัตกรรม AI ยังคงรับผิดชอบและมีจริยธรรม โดยมีคนเป็นศูนย์กลาง

นั่นหมายความว่าพนักงานไม่ควรแค่ถามว่า “เราจะ Automate สิ่งนี้ได้ไหม?” แต่ต้องกล้าถามว่า “เราควร Automate สิ่งนี้หรือเปล่า?”

สำหรับ HR ในประเทศไทย ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญเมื่อพิจารณาถึง:

  • PDPA (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ที่ต้องมั่นใจว่าการใช้ AI กับข้อมูลพนักงานเป็นไปตามกฎหมาย
  • Bias ในระบบ AI ที่อาจส่งผลต่อการคัดเลือกพนักงาน การประเมินผล หรือการเลื่อนตำแหน่ง
  • ความโปร่งใส ในการอธิบายว่า AI มีส่วนในการตัดสินใจด้าน HR อย่างไร

Roadmap สำหรับ HR ไทย: เริ่มต้นอย่างไรในปี 2026

 

จากแนวโน้มทั้งหมดที่กล่าวมา นี่คือ roadmap ที่ HR ในองค์กรไทยสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที:

 

ระยะสั้น (Q1-Q2 2026)

  • ประเมิน AI readiness ขององค์กร — ทั้งด้านเทคโนโลยี คน และ process
  • เริ่ม Pilot Project ด้าน AI ใน HR Function ที่มี Impact สูงและ Risk ต่ำ เช่น การคัดกรอง Resume หรือ Chatbot ตอบคำถาม HR
  • จัดทำ AI Use Policy สำหรับพนักงาน

 

ระยะกลาง (Q3-Q4 2026)

  • Upskill ผู้นำ HR ให้เข้าใจ AI และสามารถ Lead การเปลี่ยนแปลงได้
  • ออกแบบ Performance Metrics ใหม่ที่สอดคล้องกับการทำงานร่วมกับ AI
  • สร้างวัฒนธรรม “Learning Out Loud” ภายในองค์กร

 

ระยะยาว (2027+)

  • Scale การใช้ Agentic AI ใน HR Workflow หลัก
  • บูรณาการ AI เข้ากับ Talent Strategy ทั้งระบบ ตั้งแต่ Recruit จนถึง Retire
  • วัดผลและปรับปรุง ROI ของ AI investment อย่างต่อเนื่อง

 

 

บทสรุป: อนาคตของ AI ในงาน HR ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการบริหารคน ให้อยู่กับ AI เป็น อย่างสร้างสรรค์

 

ปี 2026 เป็นปีที่ AI ในงาน HR ก้าวเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนที่ต้องเลือก” (Critical Inflection Point) ตามที่ WEF ระบุ องค์กรที่สร้างโครงสร้างและระบบเพื่อรองรับความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างคนกับ AI จะได้เปรียบในระยะยาว

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ — อนาคตของงานไม่ได้แค่ Smart และ Efficient แต่ยังต้อง “Wonderfully Human” ด้วย

AI ในงาน HR ไม่ใช่เรื่องของการแทนที่คน แต่คือการ Amplify ศักยภาพของคน ให้ทำในสิ่งที่คนทำได้ดีที่สุด — คิดสร้างสรรค์ เชื่อมต่อกัน และสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนอยากเป็นส่วนหนึ่ง

องค์กรที่เข้าใจสมดุลนี้ จะไม่แค่ “ตามทัน” AI แต่จะ “นำหน้า” ในเกมที่ทุกคนกำลังเล่นอยู่

 

ติดตามบทความที่เกี่ยวข้อง

  • EVP หรือ “หัวใจสำคัญ” ในการออกแบบเรื่อง HR อย่างยั่งยืน Read More
  • How Agentic AI Actually Work in HR ฟังกันในเชิง Concept มาเยอะแล้ว มาดู Real Case กันดีกว่า Read More
  • 5 HR Trends 2026 ที่จะเปลี่ยนเกมด้าน People & Organization Read More
หากต้องการติดต่อสามารถติดต่อ Pragma and Will Group ได้ที่ Contact

ติดตาม Pragma and Will Group ได้ที่