ส่องตัวอย่างบริษัทที่สนับสนุนเรื่อง Mental Health ของพนักงาน

October 13, 2023

โดย ปิยะพร ขุนทองเอก, Marketing Associate, Pragma and Will Group Co., Ltd.

แชร์บทความนี้

Facebook
Twitter
LinkedIn

พนักงานมากกว่า 50% ที่ลาหยุดยาว มักมาจาก ความเครียดจากที่ทำงาน

(สถิติจาก HSE: Work-related stress, anxiety or depression statistics in Great Britain, 2022)

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาความเครียด ความกดดัน และความกังวลจากที่งาน อาจทำให้พนักงานหลาย ๆ คน ต้องถอยไปตั้งหลัก หรือหาวิธีระบายความเครียดต่าง ๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน หรือกับบางคน อาจแก้ไขปัญหาโดยการลาออก ซึ่งคงเป็นการแก้ปัญหาที่องค์กรอาจไม่ชอบใจนัก เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการหาพนักงานใหม่มาแทนที่ อีกทั้งเสียพนักงานฝีมือดี ๆ ไป

 

ซึ่งจากสถิติของ Deloitte ได้กล่าวว่า ผู้บริหารจำนวน 64% พิจารณาที่จะลาออก เพื่อมองหาองค์กรที่สามารถสนับสนุนเรื่อง Mental Health ที่ดีกว่าเดิม

(ที่มา Deloitte: As workforce well-being dips, leaders ask: What will it take to move the needle?, 2023)

 

และเนื่องในเดือนนี้เป็นเดือนแห่ง World Mental Health (วันที่ 10 ตุลาคม ของทุกปี) 

 

เราจึงขอเสนอตัวอย่างองค์กรที่ให้ความสำคัญเรื่อง Mental Health ของพนักงาน ทำให้มีกิจกรรม หรือส่วนสนับสนุนเรื่องสุขภาพจิตที่น่าสนใจ เพื่อให้องค์กรหรือฝ่าย HR องค์กรต่าง ๆ ได้ลองนำไปปรับใช้เป็นแนวทางกัน



ตัวอย่างการสนับสนุนเรื่อง Mental Health โดยการ “สร้างความยืดหยุ่นให้พนักงาน”

 

Example 1: Bumble

บริษัท Bumble ที่สร้างแอปพลิเคชันหาคู่เจ้าดัง ที่มีความโดดเด่นเรื่องการให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มต้นทักหาฝ่ายชายก่อน และมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ 

 

ได้กำหนดวัน “Self Care Day” จำนวน 5 วัน สำหรับพนักงานจำนวน 700 คนทั่วโลก โดยจะให้พนักงานหยุดทั้งอาทิตย์ (แต่ยังได้รับรายได้ปกติ) เพื่อ Recharge พลังของตนเอง หลังจากที่ Bumble แอปพลิเคชันมีการเติบโตในอัตราสูงในเวลาที่ผ่านมา

 

อีกทั้ง สำหรับพนักงานในแต่ละพื้นที่ก็จะได้รับเงินสนับสนุนเรื่อง Mental Health ที่แตกต่างกัน เช่น 

ในสหรัฐอเมริกา จะมีงบ 100 USD สำหรับ Wellness Budget ให้กับพนักงานแต่ละคน (1)

 

Example 2: Google

อีกหนึ่งความยืดหยุ่นที่พนักงานหลาย ๆ คนอาจต้องการในที่ทำงานก็คือ พื้นที่ในการพักผ่อน

 

Google มี Nap Room ให้กับพนักงาน เพราะเชื่อในพลังของ Power Nap จำนวน 5 – 15 นาที ว่าจะสามารถ Boost ประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ได้ โดยออกแบบ Nap Pod ให้มีความเป็นส่วนตัว เพื่อให้พนักงานได้ชาร์จพลังในระยะเวลาสั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่

รูปภาพจาก https://www.inc.com/zoe-henry/google-uber-and-other-companies-where-you-can-nap-at-the-office.html

 

นอกจาก Google ก็มีอีกหลายบริษัทที่เชื่อใน Power Nap ของพนักงาน เช่น Zappos และ Ben & Jerry’s เป็นต้น

 

ตัวอย่างการสนับสนุนเรื่อง Mental Health โดยการ “สร้างกิจกรรมให้กับพนักงานภายในองค์กร”

 

Example 3: Pinterest

 

Pinterest หรือ Platform สำหรับค้นหาแรงบันดาลใจ และไอเดียใหม่ ๆ ที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา ก็เป็นอีกองค์กรหนึ่ง ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิต จึงมี community ภายในองค์กรที่ชื่อว่า “Pinspiration Group” ที่ก่อตั้งกิจกรรมที่ชื่อว่า “Pinside Out” เพื่อจัด Wellness-Focused Events ที่สามารถให้พนักงาน ได้พูดเรื่องปัญหา Mental Health ในองค์กรได้อย่างเปิดเผย 

 

โดยภายในงาน จะมีผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ และวิทยากรมาพูดให้ความรู้ในหัวข้อที่หลากหลาย ตั้งแต่เรื่อง การเอาตัวรอดในวันหยุดที่ต้องพบปะญาติมากหน้าหลายตา จนถึงเรื่องการทำความเข้าใจเรื่อง Feminism 

 

Example 4: Adobe
มี Employee Assistance Program (EAP) เพื่อช่วยสนับสนุนเรื่อง Mental Health และ Well-being โดยจะเสนอ 10 Session ในหนึ่งปี สำหรับการให้คำปรึกษาระยะสั้น กับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อพูดคุยเรื่อง ความเครียดในชีวิต 

 

เพื่อให้พนักงานมี Lifestyle ที่ Positive มากขึ้น และได้รับคำปรึกษาเฉพาะบุคคล ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับเรื่องการบริหารความเครียดในที่ทำงาน (3)

 

ตัวอย่างการสนับสนุนเรื่อง Mental Health โดยการ “สร้างความสุขในที่ทำงาน”

Example 5: Amazon

เทรนด์ Pet-Friendly กำลังมาแรงทั้งในทั่วโลก และในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารที่เปิดกว้างให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปรับประทานได้ด้วย ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งในออฟฟิศ

 

ตัวอย่างองค์กรที่จะยกตัวอย่างคือ Amazon ที่วางตัวเป็น Dog-Obsessed Culture เพราะมีประวัติเกี่ยวกับสุนัขที่ชื่อว่า Rufus พันธุ์เวลช์คอร์กี้เป็นสัตว์เลี้ยงของพนักงานกลุ่มแรก ๆ ของ Amazon และ Rufus ได้สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ทำให้พนักงาน Amazon ส่วนใหญ่เป็นคนรักสัตว์ และเปิดกว้างที่จะให้พนักงานนำสัตว์เลี้ยงมาทำงานด้วยได้

 

Amazon จึงอนุญาตให้พนักงานสามารถนำสุนัขมาทำงานด้วยได้ โดยมียอดลงทะเบียนนำสุนัขมาทำงานกว่า 10,000 ตัว ใน 100 ออฟฟิศในสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย

 

อีกทั้งมีงานวิจัยหลายแห่ง ที่กล่าวว่า สุนัขสามารถสร้าง Positive Impact ให้กับ สุขภาพกายและใจได้ เพราะช่วยลดความเครียด กระตุ้นให้พนักงานมีความ Active ที่ออฟฟิศมากขึ้น และเพิ่ม Social Interaction ระหว่างพนักงาน (2)

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น องค์กรต้องพิจารณาด้วยว่า พนักงานในองค์กรเต็มใจที่จะทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีสัตว์เลี้ยงผู้อื่นอยู่ด้วยหรือไม่ เรื่องภูมิแพ้ขนสัตว์ อีกทั้งต้องจัดเตรียมสถานที่ไว้เป็นสัดส่วน และรักษาความสะอาดอย่างเป็นประจำ

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างวิธีการสนับสนุนเรื่อง Mental Health ในองค์กรบางส่วนเท่านั้น องค์กรสามารถเริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยการหมั่นสังเกตสุขภาพจิตใจของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ จัดการ Workload ให้เหมาะสม สนับสนุนเรื่อง Work Life Balance และ Work Life Integration เพื่อป้องกันการ Burnout ของพนักงาน และให้พนักงานพักผ่อนตามเวลาอย่างที่ควรจะเป็น

 

#PWG #Pragmaandwillgroup#CareerLifePWG #MentalHealth #Wellbeing #Organization #Casestudy #Employeewellbeing #EmployeeMentalHealth



(1) Stylist. (2020). As stress levels soar, can an extra week of paid leave help prevent post-Covid burnout?. สืบค้นจาก Stylist

(2) Amazon. (2023). Meet some of the dogs who help make Amazon a great place to work. สืบค้นจาก Amazon

(3) blog.Adobe. (2021). 5 ways Adobe prioritizes employee mental health and wellbeing. สืบค้นจาก blog.Adobe



 

ติดตามบทความต่อไปที่เกี่ยวข้อง

  • ก้าวทันโลกกับ 6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามในโลกธุรกิจ ปี 2023 Read More
  • Boreout VS Burnout VS Brownout ภาวะปัญหา Mental Health ของพนักงานบริษัทที่น่ากังวล Read More
  • สร้าง Employee Engagement ที่ดีในองค์กร Read More

หากมีข้อสงสัยเรื่อง People & Organization สามารถติดต่อ Pragma and Will Group ได้ผ่านช่องทางด้านล่างนี้

ติดตาม Pragma and Will Group ได้ที่